๑. สัญญา คืออะไรและมีสาระสำคัญอย่างไรบ้าง ? จงอธิบาย
๒. หลักเสรีภาพในการทำเสรีภาพ คืออะไร ? และมีข้อจำกัดหลักเสรีภาพในการทำสัญญาอย่างไรบ้าง ? จงอธิบาย
๓. องค์ประกอบที่เป็นสาระสำคัญของสัญญามีอะไรบ้าง ? จงอธิบาย
๔. คำเสนอ คืออะไรและมีลักษณะอย่างไรบ้าง ? จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๕. จงอธิบายผลของคำเสนอ พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๖. คำสนอง คืออะไรและมีลักษณะสำคัญอย่างไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๗. จงอธิบายผลของคำสนอง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๘. คำสนองจะกลายเป็นคำเสนอ ขึ้นใหม่ได้อย่างไร จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๙. สัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้า สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อใด จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๑๐. สัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทางจะเกิดเป็นสัญญาเมื่อใด จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
กำหนดส่งภายในวันที่ 12 เมษายน 2554 นี้ (10 คะแนน)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ LAW 112 กฎหมายธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ LAW 112 กฎหมายธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
อาวัล หรือการลงนามการคำ้ประกันการจ่ายเงินตามตั๋วเงิน
การอาวัลตั๋วแลกเงิน (Aval) หมายถึง การลงนามค้ำประกันการจ่ายเงินตามตั๋วเงิน การลงนามนี้จะทำไว้ด้านหน้าหรือด้านหลังของตั๋วก็ได้
หลักเกณฑ์ในการอาวัล
- ผู้อาวัลจะเป็นบุคคลภายนอกคนใดคนหนึ่ง หรือคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในตั๋วก็ได้
- การอาวัลอาจจะทำเพื่อรับประกันการใช้เงินทั้งจำนวน หรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้
- การรับอาวัลต้องระบุไว้ด้วยว่ารับประกันผู้ใด หากมิได้ระบุไว้ถือว่ารับประกันผู้สั่งจ่าย
การอาวัลตั๋วแลกเงิน
1. การอาวัลเป็นการค้ำลูกหนี้คนใดคนหนึ่งตามตั๋วแลกเงิน
2. การอาวัลทำได้โดยเขียนข้อความอาวัลและลงชื่อไว้ด้านหน้าของตัวแลกเงิน
3. การอาวัลทำให้ผู้รับอาวัลต้องรับผิดเช่นเดียวกับบุคคลที่ตนรับอาวัล
ความหมายของการอาวัล
แดงออกตั๋วแลกเงินสั่งดำให้จ่ายเงินให้ขาว 10,000 บาท เขียวและชมพูเข้ารับอาวัลแดง ต่อมาเมื่อตั๋วถึงกำหนด ดำไม่ยอมใช้เงิน ขาวไล่เบี้ยเอาจากชมพูแล้ว ดังนี้ ชมพูจะไล่เบี้ย เขียวให้รับผิด 5,000 บาท ได้หรือไม่
ชมพูไล่เบี้ยเขียวไม่ได้ เพราะกรณีนี้ไม่นำหลักเรื่องผู้ค้ำประกันร่วมตามมาตรา 682 มาใช้ต้องบังคับตามเรื่องอาวัลเนื่องจากเขียวไม่ใช่คนที่ผูกพันรับผิดอยู่ก่อนแดง ชมพูจึงไล่เบี้ยไม่ได้
วิธีอาวัล
แดงออกตั๋วแลกเงินสั่งให้ดำจ่ายเงินให้ผู้ถือ 10,000 บาท แล้ว มอบตั๋วให้ขาว ขาวสลักหลังลอยโอนตั๋วให้เขียวดังนี้ ขาวจะต้องรับผิดในฐานะใด
การสลักหลังตั๋วแลกเงินที่ออกแก่ผู้ถือมีผลเป็นการอาวัลผู้สั่งจ่าย ขาวจึงต้องรับผิดฐานะผู้รับอาวัลแดง (มาตรา 921)
มาตรา 921 การสลักหลังตั๋วแลกเงินซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้นย่อมเป็นเพียงประกัน(อาวัล)สำหรับผู้สั่งจ่าย
ผลของการอาวัล
แดงออกตั๋วแลกเงินสั่งให้ดำจ่ายเงินให้ขาว 10,000 บาท ขาวสลักหลังให้เขียว ชมพูอาวัลเขียว เขียวสลักหลังให้เหลือง เหลืองสลักหลังให้ม่วง และดำได้รับรองตั๋วนี้ ต่อมาม่วงนำตั๋วไปยื่นในวันครบกำหนด ดำไม่ยอมใช้เงิน ม่วงจึงใช้สิทธิไล่เบี้ยชมพู ชมพูยอมจ่ายทั้งหมด ดังนี้ ชมพูจะไล่เบี้ยใคร ได้บ้าง
ชมพูไล่เบี้ยเขียวได้เพราะตนรับอาวัลเขียว และไล่เบี้ยดำ แดง และขาว ได้เพราะเป็นบุคคลที่ผูกพันรับผิดแทนเขียว (มาตรา 940)
มาตรา 940 ผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคล ซึ่งตนประกันแม้ถึงว่าความรับผิดใช้เงินอันผู้รับอาวัลได้ประกันอยู่นั้น จะตกเป็น ใช้ไม่ได้ด้วยเหตุใด ๆ นอกจากเพราะทำผิดแบบระเบียบ ท่านว่าข้อ ที่สัญญารับอาวัลนั้นก็ยังคงสมบูรณ์
เมื่อผู้รับอาวัลได้ใช้เงินไปตามตั๋วแลกเงินแล้ว ย่อมได้สิทธิในอัน จะไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลซึ่งตนได้ประกันไว้ กับทั้งบุคคลทั้งหลายผู้รับ ผิดแทนตัวผู้นั้น
“อาวัล”
มาตรา 938 ตั๋วแลกเงินจะมีผู้ค้ำประกัน รับประกันการใช้เงินทั้งจำนวน หรือแต่บางส่วนก็ได้ ซึ่งท่านเรียกว่า "อาวัล"
อันอาวัลนั้นบุคคลภายนอกคนใดคนหนึ่งจะเป็นผู้รับ หรือแม้คู่สัญญา แห่งตั๋วเงินนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้รับก็ได้
มาตรา 939 อันการรับอาวัลย่อมทำให้กันด้วยเขียนลงในตั๋วแลก เงินนั้นเอง หรือที่ใบประจำต่อ
ในการนี้พึงใช้ถ้อยคำสำนวนว่า "ใช้ได้เป็นอาวัล" หรือสำนวนอื่นใด ทำนองเดียวกันนั้น และลงลายมือชื่อผู้รับอาวัล
อนึ่ง เพียงแต่ลงลายมือชื่อของผู้รับอาวัลในด้านหน้าแห่งตั๋วเงินท่าน ก็จัดว่าเป็นคำรับอาวัลแล้ว เว้นแต่ในกรณีที่เป็นลายมือชื่อของผู้จ่าย หรือผู้สั่งจ่าย
ในคำรับอาวัลต้องระบุว่ารับประกันผู้ใด หากมิได้ระบุ ท่านให้ถือ ว่ารับประกันผู้สั่งจ่าย
มาตรา 940 ผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคล ซึ่งตนประกัน แม้ถึงว่าความรับผิดใช้เงินอันผู้รับอาวัลได้ประกันอยู่นั้น จะตกเป็น ใช้ไม่ได้ด้วยเหตุใด ๆ นอกจากเพราะทำผิดแบบระเบียบ ท่านว่าข้อ ที่สัญญารับอาวัลนั้นก็ยังคงสมบูรณ์
เมื่อผู้รับอาวัลได้ใช้เงินไปตามตั๋วแลกเงินแล้ว ย่อมได้สิทธิในอัน จะไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลซึ่งตนได้ประกันไว้ กับทั้งบุคคลทั้งหลายผู้รับ ผิดแทนตัวผู้นั้น
หลักเกณฑ์ในการอาวัล
- ผู้อาวัลจะเป็นบุคคลภายนอกคนใดคนหนึ่ง หรือคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในตั๋วก็ได้
- การอาวัลอาจจะทำเพื่อรับประกันการใช้เงินทั้งจำนวน หรือแต่เพียงบางส่วนก็ได้
- การรับอาวัลต้องระบุไว้ด้วยว่ารับประกันผู้ใด หากมิได้ระบุไว้ถือว่ารับประกันผู้สั่งจ่าย
การอาวัลตั๋วแลกเงิน
1. การอาวัลเป็นการค้ำลูกหนี้คนใดคนหนึ่งตามตั๋วแลกเงิน
2. การอาวัลทำได้โดยเขียนข้อความอาวัลและลงชื่อไว้ด้านหน้าของตัวแลกเงิน
3. การอาวัลทำให้ผู้รับอาวัลต้องรับผิดเช่นเดียวกับบุคคลที่ตนรับอาวัล
ความหมายของการอาวัล
แดงออกตั๋วแลกเงินสั่งดำให้จ่ายเงินให้ขาว 10,000 บาท เขียวและชมพูเข้ารับอาวัลแดง ต่อมาเมื่อตั๋วถึงกำหนด ดำไม่ยอมใช้เงิน ขาวไล่เบี้ยเอาจากชมพูแล้ว ดังนี้ ชมพูจะไล่เบี้ย เขียวให้รับผิด 5,000 บาท ได้หรือไม่
ชมพูไล่เบี้ยเขียวไม่ได้ เพราะกรณีนี้ไม่นำหลักเรื่องผู้ค้ำประกันร่วมตามมาตรา 682 มาใช้ต้องบังคับตามเรื่องอาวัลเนื่องจากเขียวไม่ใช่คนที่ผูกพันรับผิดอยู่ก่อนแดง ชมพูจึงไล่เบี้ยไม่ได้
วิธีอาวัล
แดงออกตั๋วแลกเงินสั่งให้ดำจ่ายเงินให้ผู้ถือ 10,000 บาท แล้ว มอบตั๋วให้ขาว ขาวสลักหลังลอยโอนตั๋วให้เขียวดังนี้ ขาวจะต้องรับผิดในฐานะใด
การสลักหลังตั๋วแลกเงินที่ออกแก่ผู้ถือมีผลเป็นการอาวัลผู้สั่งจ่าย ขาวจึงต้องรับผิดฐานะผู้รับอาวัลแดง (มาตรา 921)
มาตรา 921 การสลักหลังตั๋วแลกเงินซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้นย่อมเป็นเพียงประกัน(อาวัล)สำหรับผู้สั่งจ่าย
ผลของการอาวัล
แดงออกตั๋วแลกเงินสั่งให้ดำจ่ายเงินให้ขาว 10,000 บาท ขาวสลักหลังให้เขียว ชมพูอาวัลเขียว เขียวสลักหลังให้เหลือง เหลืองสลักหลังให้ม่วง และดำได้รับรองตั๋วนี้ ต่อมาม่วงนำตั๋วไปยื่นในวันครบกำหนด ดำไม่ยอมใช้เงิน ม่วงจึงใช้สิทธิไล่เบี้ยชมพู ชมพูยอมจ่ายทั้งหมด ดังนี้ ชมพูจะไล่เบี้ยใคร ได้บ้าง
ชมพูไล่เบี้ยเขียวได้เพราะตนรับอาวัลเขียว และไล่เบี้ยดำ แดง และขาว ได้เพราะเป็นบุคคลที่ผูกพันรับผิดแทนเขียว (มาตรา 940)
มาตรา 940 ผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคล ซึ่งตนประกันแม้ถึงว่าความรับผิดใช้เงินอันผู้รับอาวัลได้ประกันอยู่นั้น จะตกเป็น ใช้ไม่ได้ด้วยเหตุใด ๆ นอกจากเพราะทำผิดแบบระเบียบ ท่านว่าข้อ ที่สัญญารับอาวัลนั้นก็ยังคงสมบูรณ์
เมื่อผู้รับอาวัลได้ใช้เงินไปตามตั๋วแลกเงินแล้ว ย่อมได้สิทธิในอัน จะไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลซึ่งตนได้ประกันไว้ กับทั้งบุคคลทั้งหลายผู้รับ ผิดแทนตัวผู้นั้น
“อาวัล”
มาตรา 938 ตั๋วแลกเงินจะมีผู้ค้ำประกัน รับประกันการใช้เงินทั้งจำนวน หรือแต่บางส่วนก็ได้ ซึ่งท่านเรียกว่า "อาวัล"
อันอาวัลนั้นบุคคลภายนอกคนใดคนหนึ่งจะเป็นผู้รับ หรือแม้คู่สัญญา แห่งตั๋วเงินนั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้รับก็ได้
มาตรา 939 อันการรับอาวัลย่อมทำให้กันด้วยเขียนลงในตั๋วแลก เงินนั้นเอง หรือที่ใบประจำต่อ
ในการนี้พึงใช้ถ้อยคำสำนวนว่า "ใช้ได้เป็นอาวัล" หรือสำนวนอื่นใด ทำนองเดียวกันนั้น และลงลายมือชื่อผู้รับอาวัล
อนึ่ง เพียงแต่ลงลายมือชื่อของผู้รับอาวัลในด้านหน้าแห่งตั๋วเงินท่าน ก็จัดว่าเป็นคำรับอาวัลแล้ว เว้นแต่ในกรณีที่เป็นลายมือชื่อของผู้จ่าย หรือผู้สั่งจ่าย
ในคำรับอาวัลต้องระบุว่ารับประกันผู้ใด หากมิได้ระบุ ท่านให้ถือ ว่ารับประกันผู้สั่งจ่าย
มาตรา 940 ผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคล ซึ่งตนประกัน แม้ถึงว่าความรับผิดใช้เงินอันผู้รับอาวัลได้ประกันอยู่นั้น จะตกเป็น ใช้ไม่ได้ด้วยเหตุใด ๆ นอกจากเพราะทำผิดแบบระเบียบ ท่านว่าข้อ ที่สัญญารับอาวัลนั้นก็ยังคงสมบูรณ์
เมื่อผู้รับอาวัลได้ใช้เงินไปตามตั๋วแลกเงินแล้ว ย่อมได้สิทธิในอัน จะไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลซึ่งตนได้ประกันไว้ กับทั้งบุคคลทั้งหลายผู้รับ ผิดแทนตัวผู้นั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเช่าทรัพย์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเช่าทรัพย์
Download คลิกที่นี่
Download คลิกที่นี่
ฏีกา ข้อแตกต่างระหว่างเช่าทรัพย์และฝากทรัพย์
คำพิพากษาฎีกา (ในข้อแตกต่างระหว่างเช่าทรัพย์ และ ฝากทรัพย์)
คำพิพากษาฎีกาที่ 1621/2534 จำเลยยินยอมให้ลูกค้านำรถยนต์มาจอดในบริเวณที่ว่างในสถานีบริการน้ำมัน ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เป็นการชั่วคราวได้โดยไม่ต้องเสียเงิน แต่ถ้านำรถยนต์ออกไปจากที่จอดหลังเวลา 6 นาฬิกาจะต้องเสียเงินคันละ 10 บาท การ นำรถยนต์มาจอด ล็อคประตูแล้วเก็บกุญแจไว้เองมิได้ส่งมอบให้พนักงานของจำเลยการครอบครองรถยนต์ระหว่างที่จอดยังอยู่ในความครองของ ส. แม้จะมีการเก็บเงินค่าจอดหรือค่าบริการก็ไม่เป็นการฝากทรัพย์
คำพิพากษาฎีกาที่ 7287/2539 ด. และ ห. นำรถยนต์เข้าไปจอดในบริเวณที่จอด โดยได้ชำระเงินค่าจอดให้พนักงานของจำเลยทั้งสอง และได้รับใบรับซึ่งมีข้อความว่าบัตรจอดรถ โดย ด. และ ห. ยังคงเก็บกุญแจรถไว้เองแล้วออกไปจากบริเวณที่จอดรถดังกล่าว ยังไม่พอฟังว่าเป็นการส่งมอบรถยนต์ให้แก่จำเลยทั้งสอง อันจะทำให้จำเลยทั้งสองอยู่ในฐานะผู้รับฝากทรัพย์มีบำเหน็จ เมื่อรถยนต์สูญหายไป จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชอบใช้ค่าเสียหาย ข้อสังเกต ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1621/2534 และ 7287/2539 เจ้าของรถยนต์นำรถยนต์รถยนต์เข้าไปจอด แต่เก็บกุญแจรถยนต์ไว้เอง ยังไม่พอฟังว่าได้มอบรถยนต์ไว้ในอารักขาของจำเลย ดูคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้ เจ้าของรถยนต์ได้มอบกุญแจรถยนต์แก่พนักงานของจำเลยไว้ถอยเข้าออกศาล ฎีกาถือว่าเป็นการฝากทรัพย์แล้ว(ดูฎีกาที่ 925/2536)
คำพิพากษาฎีกาที่ 925/2536 การที่จำเลยที่ 1 จัดบริการให้แก่ลูกค้าซึ่งไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคารของจำเลยที่ 1 โดยให้จำเลยที่ 2 ต้อนรับ เอากุญแจรถยนต์ขับรถยนต์ขับรถยนต์เข้าที่จอดและเคลื่อนย้ายรถยนต์หากมีรถยนต์คันอื่นเข้าออกในบริเวณภัตตาคาร ออกใบรับที่จดหมายเลขทะเบียนรถยนต์และรับกุญแจรถยนต์ของลูกค้าเก็บไว้ การที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการฝากทรัพย์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 657
คำพิพากษาฎีกาที่ 4235/2541 โจทก์นำรถยนต์ไปฝากไว้กับจำเลย จำเลยเรียกเก็บค่าฝากเป็นรายเดือน มีระเบียบว่าเจ้าของรถต้องฝากกุญแจรถไว้กับจำเลยเลื่อนรถได้ในกรณีที่มีรถอื่นเข้ามาจอด ซึ่งโจทก์ก็ได้มอบกุญแจรถให้จำเลยทุกครั้งที่มาจอด พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการรับฝากทรัพย์โดยมีบำเหน็จ หาใช่เป็นเรื่องให้เช่าสถานที่จอดรถไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 1621/2534 จำเลยยินยอมให้ลูกค้านำรถยนต์มาจอดในบริเวณที่ว่างในสถานีบริการน้ำมัน ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เป็นการชั่วคราวได้โดยไม่ต้องเสียเงิน แต่ถ้านำรถยนต์ออกไปจากที่จอดหลังเวลา 6 นาฬิกาจะต้องเสียเงินคันละ 10 บาท การ นำรถยนต์มาจอด ล็อคประตูแล้วเก็บกุญแจไว้เองมิได้ส่งมอบให้พนักงานของจำเลยการครอบครองรถยนต์ระหว่างที่จอดยังอยู่ในความครองของ ส. แม้จะมีการเก็บเงินค่าจอดหรือค่าบริการก็ไม่เป็นการฝากทรัพย์
คำพิพากษาฎีกาที่ 7287/2539 ด. และ ห. นำรถยนต์เข้าไปจอดในบริเวณที่จอด โดยได้ชำระเงินค่าจอดให้พนักงานของจำเลยทั้งสอง และได้รับใบรับซึ่งมีข้อความว่าบัตรจอดรถ โดย ด. และ ห. ยังคงเก็บกุญแจรถไว้เองแล้วออกไปจากบริเวณที่จอดรถดังกล่าว ยังไม่พอฟังว่าเป็นการส่งมอบรถยนต์ให้แก่จำเลยทั้งสอง อันจะทำให้จำเลยทั้งสองอยู่ในฐานะผู้รับฝากทรัพย์มีบำเหน็จ เมื่อรถยนต์สูญหายไป จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชอบใช้ค่าเสียหาย ข้อสังเกต ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1621/2534 และ 7287/2539 เจ้าของรถยนต์นำรถยนต์รถยนต์เข้าไปจอด แต่เก็บกุญแจรถยนต์ไว้เอง ยังไม่พอฟังว่าได้มอบรถยนต์ไว้ในอารักขาของจำเลย ดูคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้ เจ้าของรถยนต์ได้มอบกุญแจรถยนต์แก่พนักงานของจำเลยไว้ถอยเข้าออกศาล ฎีกาถือว่าเป็นการฝากทรัพย์แล้ว(ดูฎีกาที่ 925/2536)
คำพิพากษาฎีกาที่ 925/2536 การที่จำเลยที่ 1 จัดบริการให้แก่ลูกค้าซึ่งไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคารของจำเลยที่ 1 โดยให้จำเลยที่ 2 ต้อนรับ เอากุญแจรถยนต์ขับรถยนต์ขับรถยนต์เข้าที่จอดและเคลื่อนย้ายรถยนต์หากมีรถยนต์คันอื่นเข้าออกในบริเวณภัตตาคาร ออกใบรับที่จดหมายเลขทะเบียนรถยนต์และรับกุญแจรถยนต์ของลูกค้าเก็บไว้ การที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการฝากทรัพย์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 657
คำพิพากษาฎีกาที่ 4235/2541 โจทก์นำรถยนต์ไปฝากไว้กับจำเลย จำเลยเรียกเก็บค่าฝากเป็นรายเดือน มีระเบียบว่าเจ้าของรถต้องฝากกุญแจรถไว้กับจำเลยเลื่อนรถได้ในกรณีที่มีรถอื่นเข้ามาจอด ซึ่งโจทก์ก็ได้มอบกุญแจรถให้จำเลยทุกครั้งที่มาจอด พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการรับฝากทรัพย์โดยมีบำเหน็จ หาใช่เป็นเรื่องให้เช่าสถานที่จอดรถไม่
ความแตกต่าง ในสัญญาเช่าซื้อ เช่าทรัพย์ ขายฝาก ซื้อขาย
เช่าซื้อ ชื่อก็บอก ว่าเป็นสัญญาเช่า + ซื้อ ความหมายก็คือว่า เป็นสัญญาที่ผู้ให้เช่าซื้อ ตกลง จะให้ผู้เช่าซื้อ ได้กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อ เมื่อได้ชำระค่าเช่าซื้อ เท่านั้นเท่านี้คราว ตามที่กำหนดกัน
เช่าทรัพย์ หมายถึง สัญญาที่ผู้ให้เช่า ให้ผู้เช่า ได้ใช้ทรัพย์สินที่เช่า มีระยะเวลากำหนด และผู้เช่า ตกลงจะชำระค่าเช่า อันนี้ ไม่ว่าจะเช่ากันนานเท่าใด กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่า ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงนะครับ
ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ซื้อ ให้สิทธิแก่ผู้ขาย สามารถใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ซื้อขายนั้นได้ คือ ซื้อขายกันและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ โอนไปยังผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว แต่มีเงื่อนไขคือ ผู้ขาย มีสิทธิ์ ซื้อทรัพย์ที่ขายนั้น คืนได้ ภายในเวลาที่กำหนด
สัญญาซื้อขาย ก็ง่ายๆ คือ ผู้ขาย ตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขาย ให้แก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อ ตกลง ชำระราคาให้ผู้ขาย ซึ่งสัญญาซื้อขายนี้ กรรมสิทธิ์จะโอนไปทันที ที่มีการตกลงซื้อขายกัน
หากจะพิจารณาความแตกต่างหลักๆ ของ 4 สัญญานี้ ให้ดูที่เรื่องของ กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินแห่งสัญญา
เช่าทรัพย์ หมายถึง สัญญาที่ผู้ให้เช่า ให้ผู้เช่า ได้ใช้ทรัพย์สินที่เช่า มีระยะเวลากำหนด และผู้เช่า ตกลงจะชำระค่าเช่า อันนี้ ไม่ว่าจะเช่ากันนานเท่าใด กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่า ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงนะครับ
ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ซื้อ ให้สิทธิแก่ผู้ขาย สามารถใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ซื้อขายนั้นได้ คือ ซื้อขายกันและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ โอนไปยังผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว แต่มีเงื่อนไขคือ ผู้ขาย มีสิทธิ์ ซื้อทรัพย์ที่ขายนั้น คืนได้ ภายในเวลาที่กำหนด
สัญญาซื้อขาย ก็ง่ายๆ คือ ผู้ขาย ตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขาย ให้แก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อ ตกลง ชำระราคาให้ผู้ขาย ซึ่งสัญญาซื้อขายนี้ กรรมสิทธิ์จะโอนไปทันที ที่มีการตกลงซื้อขายกัน
หากจะพิจารณาความแตกต่างหลักๆ ของ 4 สัญญานี้ ให้ดูที่เรื่องของ กรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินแห่งสัญญา
Power Point ประกอบการบรรยาย วิชา LAW 112 กฎหมายธุรกิจ (ซื้อขาย+ขายฝาก)
Power Point สำหรับ LAW 112 ช่วงวันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน Sec 2 - 5
เรื่องสัญญาซื้อขาย (ต่อ) + สัญญาขายฝาก
Download คลิกที่นี่
เรื่องสัญญาซื้อขาย (ต่อ) + สัญญาขายฝาก
Download คลิกที่นี่
บทความเกี่ยวกับกฎหมายลักษณะซื้อขาย (อ่านเสริม)
เอกสารอ่านประกอบ (เสริม)กฎหมายธุรกิจ LAW 112 "สัญญา"
หลักกฎหมาย ภาษาลาติน "Pacta Sunt Servanda" สัญญาต้องเป็นสัญญา
Download คลิกที่นี่
หลักกฎหมาย ภาษาลาติน "Pacta Sunt Servanda" สัญญาต้องเป็นสัญญา
Download คลิกที่นี่
Power Point ประกอบการบรรยาย วิชา LAW 112 กฎหมายธุรกิจ (ซื้อขาย)
Power Point วิชา กฎหมายธุรกิจ LAW 112 เรื่อง ซื้อขาย สำหรับระหว่างวันที่ 10-12 พฤศจิกายน
Download คลิกที่นี่
Download คลิกที่นี่
Power Point ประกอบการบรรยาย วิชา LAW 112 กฎหมายธุรกิจ
Power Point ประกอบการบรรยาย วิชา LAW 112 กฎหมายธุรกิจ (ระหว่าง 3 พฤศจิกายน - 5 พฤศจิกายน)
Sec 2, Sec 3, Sec 4, Sec 5
Download คลิกที่นี่
Sec 2, Sec 3, Sec 4, Sec 5
Download คลิกที่นี่
Hand Out (เอกสารประกอบ เสริม วิชา LAW 112 กฎหมายธุรกิจ)
เอกสารประกอบการสอย Hand Out (อ่านเสริม) เรื่องลักษณะทั่วไปของสัญญา)
Download คลิกที่นี่
Download คลิกที่นี่
หัวข้อการบ้านสำหรับวิชา LAW 112 กฎหมายธุรกิจ
การบ้านครั้งที่ 1 สำหรับวิชา LAW 112 กฎหมายธุรกิจ (ภาค 2/53)
๑. สัญญา คืออะไรและมีสาระสำคัญอย่างไรบ้าง ? จงอธิบาย
๒. หลักเสรีภาพในการทำเสรีภาพ คืออะไร ? และมีข้อจำกัดหลักเสรีภาพในการทำสัญญาอย่างไรบ้าง ? จงอธิบาย
๓. องค์ประกอบที่เป็นสาระสำคัญของสัญญามีอะไรบ้าง ? จงอธิบาย
๔. คำเสนอ คืออะไรและมีลักษณะอย่างไรบ้าง ? จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๕. จงอธิบายผลของคำเสนอ พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๖. คำสนอง คืออะไรและมีลักษณะสำคัญอย่างไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๗. จงอธิบายผลของคำสนอง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๘. คำสนองจะกลายเป็นคำเสนอ ขึ้นใหม่ได้อย่างไร จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๙. สัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้า สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อใด จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๑๐. สัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทางจะเกิดเป็นสัญญาเมื่อใด จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๑. สัญญา คืออะไรและมีสาระสำคัญอย่างไรบ้าง ? จงอธิบาย
๒. หลักเสรีภาพในการทำเสรีภาพ คืออะไร ? และมีข้อจำกัดหลักเสรีภาพในการทำสัญญาอย่างไรบ้าง ? จงอธิบาย
๓. องค์ประกอบที่เป็นสาระสำคัญของสัญญามีอะไรบ้าง ? จงอธิบาย
๔. คำเสนอ คืออะไรและมีลักษณะอย่างไรบ้าง ? จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๕. จงอธิบายผลของคำเสนอ พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๖. คำสนอง คืออะไรและมีลักษณะสำคัญอย่างไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๗. จงอธิบายผลของคำสนอง พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๘. คำสนองจะกลายเป็นคำเสนอ ขึ้นใหม่ได้อย่างไร จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๙. สัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้า สัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อใด จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
๑๐. สัญญาระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทางจะเกิดเป็นสัญญาเมื่อใด จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)